เนื้อเพลง
INTRO
อีกไม่นานตะวันจะลาลับ
พ่อจับมือกลับบ้าน กับลูกชาย
พ่อชี้ให้มอง ที่ฟ้าไกล
ว่าเปรียบดังวัยของพ่อในยามนี้
แต่เจ้ายังอยู่ในวัยตะวันเช้า
เรื่องราวต่าง ๆ รอการเข้าใจ
พอพ่อชี้มือ ลูกมองตามไป
และวิ่งออกไปที่ดวงตะวัน
พอลูกหกล้มพ่อก็มอง
ลูกร้องไห้ วิ่งมาหาพ่อ คำปลอบโยน
จึงมีเพียงความจริง ที่เจ้าต้องเจอ
ว่าเจ้าจะสมหวังและจะผิดหวัง
เจ้าจะได้เห็นดวงตะวัน ที่ขึ้นและลง
และจะได้ยิ้มหัวเราะ และร้องไห้
อีกหลายครั้ง
แต่ถ้าเจ้าถามแล้วทิศทางใด
ที่ลูกควรไปโปรดพ่อช่วยชี้ทางบอก
เรื่องนั้นพ่อคงจนใจไม่อาจจะชี้ทาง
เพราะพ่ออยู่ในโลกของวันนี้
ส่วนเจ้านั้นอยู่ในโลกของวันพรุ่ง
คงเป็นโลกที่พ่อไม่อาจแม้.. จะเข้าใจ
พ่อจึงหวัง แค่เพียง
เจ้ายืนหยัดด้วยตัวของตัวเอง
อย่าได้คิดพึ่งพาผู้ใด
แม้จะยากจนก็ขอจนอย่างเข้มแข็ง
และถึงแม้วันนึง เจ้าไม่เหลือใคร
จงจำเอาไว้จะยังไงพ่อยังอยู่กับเจ้า
พ่ออยู่ในตัวของเจ้าเสมอ
พ่ออยู่ในตัวของเจ้าเสมอ
เจ้าจะไปทางใดจะซ้ายจะขวา
ตัดสินใจมาเถอะพ่อจะไปด้วย
สำเร็จจะเป็นไรล้มเหลวจะเป็นไร
ขอแค่เพียงในยามที่ยังหายใจ
ตัวเจ้าได้ใช้ชีวิต ได้ฟันฝ่า
ได้เดินไปบนเส้นทางบนทางที่เลือกเอง
เพราะที่พ่ออยู่คือโลกของวันนี้
ส่วนที่เจ้าอยู่คือโลกของวันพรุ่ง
คงเป็นโลกที่พ่อไม่อาจ
แม้ไปเยี่ยมเยือน พ่อจึงหวัง แค่เพียง
เจ้ายืนหยัดด้วยตัวของตัวเอง
อย่าได้คิดหลอกลวงผู้ใด
แม้จะยากจนก็ขอจนอย่างเข้มแข็ง
และถึงแม้วันนึง เจ้าไม่เหลือใคร
จงจำเอาไว้จะยังไงพ่อยังอยู่กับเจ้า
พ่ออยู่ในตัวของเจ้าเสมอ
พ่ออยู่ในตัวของเจ้าเสมอ
พ่ออยู่ในตัวของเจ้า...
เพราะอย่างนั้น วันใดที่เจ้ายากจน
จงเรียกชื่อพ่อขึ้นมา
ความคิดของพ่อเจ้าจะได้ยินอยู่เสมอ
ความจนใช่ว่าต้องทุกข์ ความสุขใช่ว่าต้องร่ำรวย
สุขทุกข์ จน รวยเพียงเจ้าแยกมันออกจากกัน
เพราะอีกไม่นานตะวันจะลาลับ
พ่ออาจไม่ได้กลับไปพบลูกชาย
แสงสีทองที่ฟ้าไกล นั้นก็คือวัยของพ่อในยามนี้
เมื่อลูกหกล้มพ่อจึงเฝ้ามอง
ว่าเจ้าจะหยุดร้องไห้ แล้วเช็ดน้ำตา
ลุกยืนแล้วเดิน โดยที่ไม่ต้องหันมามอง
เมื่อลูกหกล้มพ่อจึงเฝ้ารอ
วันที่เจ้าหยุดร้องไห้ แล้วเช็ดน้ำตา
ลุกยืนแล้วเดิน โดยที่ไม่ต้องหันมามอง
คุณพ่อคนนี้.. คุณพ่อคนนี้..










